การเดินทางของหอยทาก:ตอน ข้าวสาร-พระอาทิตย์
posted on 15 Dec 2007 16:54 by bambusa in travel
หากกล่าวถึงแหล่งท่องเที่ยวในเขตพระนครแล้วคงไม่มีใครปฏิเสธได้ว่าไม่รู้จัก “ ข้าวสาร ” แหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตของทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ข้าสารในอดีตเป็นเพียงตรอกเล็กๆ หลังตึกเก่าย่านราชดำเนิน ต่อมาเมื่อประมาณ 4-5 ปีก่อน ได้เปลี่ยนคำนำหน้าจากตรอกเป็นถนนอย่างเต็มตัว ข้าวสารได้รวบรวมอารยธรรมและความทันสมัยไว้ในที่แห่งเดียวกัน
เราเริ่มต้นการเดินทางของหอยทากตัวน้อยและพี่ชายตัวอ้วนในวันเหงา-เหงาวันหนึ่ง ไม่รู้ว่าจะไปไหนดี พอคิดขึ้นได้ก็ตัดสินใจว่า ข้าวสารไง ที่ที่เราคุ้นเคย เราลงรถโดยสารมาที่บริเวณด้านหน้าของห้างบางลำภู แทนที่จะเดินตรงมุ่งสู่ข้าวสาร เรากับโอ้เอ้กับการเดินทางครั้งนี้เล็กน้อย โดยการเดินย้อนกลับไปทางด้านถนนพระสุเมรุจนมาถึงถนนพระอาทิตย์

บริเวณรอยต่อของถนนทั้งสองายนี้มีป้อมปราการขนาดใหญ่ตั้งอยู่อย่างสง่างาม “ ป้อมพระสุเมรุ ” ซึ่งอยู่ในสวนสาธารณะสันติชัยปราการ ป้อมพระสุเมรุเป็นป้อมประตูด้านตะวันตกบริเวณปากคลองบางลำภู สร้างขึ้นในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ป้อมพระสุเมรุมีรูปร่างทางสถาปัตยกรรรมเป็นทรงแปดเหลี่ยม ตรงกลางผนังก่อแบ่งเป็นห้องรวม 38 ห้องสำหรับใช้เป็นที่เก็บอาวุธและกระสุน ปัจจุบันเรายังคงเห็นปืนใหญ่ที่ประจำอยู่ที่ป้อมรวม 18 กระบอก ซึ่งอยู่ที่กำแพงชั้นนอก 8 กระบอก และที่อยู่ในกำแพงชั้นในอีก 10 กระบอก
เราเดินมาถึงที่ป้อมนี้อย่างไม่ยากนักคนส่วนมากมาที่นี่ก็เพื่อพักผ่อน เพราะที่นี่บรรยากาศดีมากๆ ค่ะ คนรักสุขภาพต้องชอบแน่ค่ะเพราะถ้ามาตอนเย็นประมาณ6 โมงครึ่งเค้ามีเต้นแอโรบิคค่ะ แต่ที่น่าตื่นเต้นน่าจะเป็นการเต้นคาโปเอร่า break dance การควงตุ้มยางหรือที่เรียกว่าพ้อยต์ หรือแม้แต่การเล่น balls หรือ juggling ก็มีค่ะ
แล้ววันนี้เราก็โชคดีค่ะ วันนี้ป้อมมีงาน เป็นปกติของที่นี่ค่ะที่ทุกวันเสาร์และอาทิตย์เราจะได้ชมการแสดงจากนักแสดงมากหน้าหลายตา แต่วันนี้พิเศษกว่าปกติ เพราะเป็นช่วงของเทศกาลละครกรุงเทพ : BANGKOK THEATER FESTIVAL ขอชมค่ะว่านักแสดงทุกคนเก่งและฝีมือมากๆ
หลังแวะชมการแสดงแล้วเราก็ออกเดินทางต่อค่ะ ตามทางเราจะสังเกตเห็นตึกเก่าเรียงราย ที่เด่นก็คือ “บ้านพระอาทิตย์”
บริเวณที่ตั้งบ้านพระอาทิตย์ เดิมเป็นที่ตั้งของกรมพระราชวังบวรสถานมงคล วังหน้าในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ต่อมาที่ดินนี้ตกทอดมาสู่ราชสกุลอิศรเสนา คือ หม่อมหลวง สันธยา อิศรเสนา ซึ่งได้เปลี่ยนชื่อวังให้เป็น "บ้านพระอาทิตย์" บ้านพระอาทิตย์เคยเป็นที่ตั้งของสถาบันเกอเธ่ (สถาบันวัฒนธรรมไทย-เยอรมัน) ระหว่าง พ.ศ. 2505-2533 ต่อมาได้ขายให้กับเอกชน เป็นสำนักงานของหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ เดินมาได้อีกน่อยก็สดุดตากับเจ้าตัวนี้ค่ะ “ตุ๊กตาดักฝัน - The Dream Keeper” (ผู้รักษาฝัน) ที่เชื่อกันว่าเป็นตุ๊กตาที่มีหน้าที่เฝ้าดูแลความฝันของผู้เป็นเจ้าของเอาไว้อย่างปลอดภัยและจะปล่อยออกมาเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม น่ารักไปอีกแบบค่ะ
ออกเดินทางเรื่อยมาเพื่อลัดเข้าทางหลังซอยชนะสงครามค่ะ ซอยนี้ส่วนมากมีแต่ชาวต่างชาติค่ะไม่ค่อยมีคนไทยเท่าไรน่ะ ส่วนมากเป็นร้านอาหาร นั่งกันแบบชิว-ชิว เกสเฮาส์ แต่ที่นี่ก็เป็นลานแสดงานศิลป์ชั้นเยี่ยมค่ะ
เราออกจากซอยชนะสงคราม ระหว่างทางถ้าใครเมื่อย เค้าก็มีร้านนวดแผนไทยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นนวดตัว หรือนวดฝ่าเท้า ส่วนสาว-สาว เค้ามีนวดหน้าพอกหน้าด้วย
เดินมาอีกนิดก็ถึงจุดหมายของเรา “ข้าวสาร” ข้าวสารตอนกลางคืนเต็มไปด้วยแสงสี น่าตื่นตาตื่นใจ นอกจากเกสเฮาส์แล้วที่นี่ยังมีทั้งร้านอาหารบรรยากาศสบายๆ หรือแม้จะเป็นผับให้แดนส์กันกระจายที่ถนนสายนี้ก็มีค่ะ แต่ถ้าใครชอบของแฮนด์เมด คงถูกใจ เพราะที่นี่มีของมากมายม่ว่าจะเป็นเสื้อ รองเท้า กระเป๋า หรือเครื่องประดับ มีให้เลือกหลายแนวเลยค่ะ หรืถ้าฮิปๆหน่อย จะลองต่อผมทำ deadlock หรืออาจจะลองเพ้นต์ henna ก็เก๋อีกแบบค่ะ
เดินมาสักพักก็เริ่มหิวเจ้าท้องของเรามันร้องดังลั่น หันมองซ้ายมองขวาก็เลยจัดการเจ้าก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็กๆที่เรียกว่าผัดไทเค้าซะหน่อย ขอบอกค่ะถ้ามาถึงข้าวสารแล้วไม่ได้กินผัดไทรถเข็นเนี่ยมันเหมือนๆ ขาดอะไรไปค่ะ แต่แหมถ้าจะกินผัดไทอย่าเดียวกลัวร้านข้างๆ จะน้อยใจเลยสั่งบาร์บีคิว กับข้าวโพดมากินอีกนิดแหมถูกใจจ้าวข้า แต่ถ้าใครไม่ชอบอยากกินอย่างอื่นดูบ้างเนี่ย ที่นี่เค้าก็มีให้กินค่ะ จะนั่งจิบเบียร์เย็นๆ ฟังเพลงเบาๆ ทั้งอาหาร ไทย ญี่ปุ่น หรือแม้แต่อินเดีย อร่อยสุดๆ เลยค่ะ
ไม่น่าแปลกใจเลยใช่ไหมค่ะ ที่ผู้คนมากมายต่างชาติ ต่างภาษา ถูกดึงให้มาอยู่ที่นี่ด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่เรียบง่าย แต่เป็นกันเอง ทำให้ข้าวสารยังคงมีเสน่ห์ให้เราได้ค้นหาไม่เสื่อมคลาย
edit @ 15 Dec 2007 17:07:34 by bambusa
edit @ 15 Dec 2007 17:08:08 by bambusa
#1 By องศา...หน้าใส on 2007-12-15 23:20